|
:: B A :: |
:: Final Fantasy 7 fan fiction :: :: Babie's Affair:: :: Author : hyperkaoru :: :: Rate : G :: "พี่ฮะ ผมปวดฉี่" วินเซนต์มองลูกพี่น้องที่อายุน้อยกว่าตัวเองสองขวบทำตาแดงๆเหมือนจะร้องไห้ คลาวด์บิดไปบิดมาอยู่บนเบาะหลังของรถยนต์ส่วนตัวที่พี่เลี้ยงของพวกเขาขับมาส่งเฉพาะแค่เช้านี้ที่พ่อแม่ของพวกเขายังไม่ได้แจ้งที่อยู่ให้กับรถโรงเรียน ซึ่งหมายความว่าตอนขากลับ พวกเขาต้องนั่งรถโรงเรียนที่เต็มไปด้วยเสียงหนวกหูและพวกเด็กจอมป่วน เขาไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องไปเนิร์สเซอร์รี่เลยซักนิด ปกติแล้วพี่เลี้ยงของเขาเป็นคนสอนหนังสือให้ ส่วนเวลาว่างเขาก็มักจะหาหนังสือนิทานหรือพวกตำนานสนุกๆอ่าน ในความคิดของวินเซนต์ พัฒนาการของเขายังดีกว่าพวกที่ไปเนิร์สเซอร์รี่ด้วยซ้ำ แต่พ่อของเขาบอกว่า ความสามารถในการเข้าสังคมของเขาแย่ถึงขีดสุด และเรื่องนั้นจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงก่อนที่เขาจะกลายเป็นเด็กมีปัญหาทันทีที่เข้าโรงเรียนประถม ยิ่งไปกว่านั้น ลูกพี่ลูกน้องของเขาก็ต้องการที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ คลาวด์เป็นเด็กขี้อายอย่างเหลือเชื่อและมักจะถูกเด็กคนอื่นๆแกล้งอยู่เสมอในเนิร์สเซอร์รี่ที่เคยเรียนอยู่ เพราะงั้นทันทีที่ครอบครัววาเลนไทน์และครอบครัวสไตรฟ์ย้ายจากนีเบิ้ลเฮลม์มายังมิดการ์ พวกเขาก็ถูกจับยัดให้เข้าเรียนในเนิร์สเซอร์รี่ที่ดีที่สุดของเมือง ซึ่งนอกจากค่าเทอมจะแพงหูฉี่แล้ว ยังเต็มไปด้วยลูกคุณหนูเรื่องมากอีกด้วย "ทนอีกนิดนะ นายคงไม่อยากไปเรียนในโรงเรียนใหม่ด้วยกางเกงเปียกฉี่ตั้งแต่วันแรกใช่มั๊ย?" เขาขู่ รู้ดีว่าสิ่งสุดท้ายที่คลาวด์อยากทำคือการเป็นจุดสนใจในทางลบ ซึ่งเมื่อเสริมกับตาโตๆและผมทรงโจโคโบะแล้ว นับว่าเป็นแม่เหล็กชั้นดีในการดึงดูดเด็กขี้แกล้งที่มีอยู่ทุกโรงเรียน เด็กชายพยักหน้าหงึกๆ นั่งตัวเกร็งอย่างอดทน วินเซนต์ถอนหายใจเฮือก หยิบเอาลูกอมที่เคยแอบวิ่งออกไปซื้อแล้วเอาติดกระเป๋ามาด้วยส่งให้กับลูกพี่ลูกน้อง "อย่าให้แซลลี่เห็นล่ะ" เขาหมายถึงพี่เลี้ยงที่ได้รับการอบรมว่า ไม่ พวกเขาไม่มีสิทธิ์จะได้กินขนมไร้ประโยชน์อย่างลูกอมเด็ดขาด มัฟฟิ่นสำหรับมื้อเช้า ขนมปังกรอบสำหรับของหวานมื้อเย็น เค้กและพุดดิ้งสำหรับงานเลี้ยง และคุกกี้มีไว้เป็นรางวัลเท่านั้น เขาไม่รู้ว่าเด็กคนอื่นๆจะเป็นยังไง แต่อ้างอิงจากวรรณกรรมเยาวชน พวกเขานับว่ามีชีวิตที่หดหู่ไม่น้อย คลาวด์เบิกตาโพลง รับลูกอมไปแล้วแอบแกะกระดาษห่อสีสดใส ก่อนจะเอาใส่ปากอย่างรวดเร็ว วินเซนต์มองแล้วก็ค่อยรู้สึกโล่งอกขึ้นมาหน่อย เพราะอย่างน้อยตอนนี้เด็กชายก็มุ่งความสนใจอยู่ตรงจะทำยังไงไม่ให้พี่เลี้ยงจับได้และสั่งให้คายทิ้ง จนลืมเกี่ยวกับเรื่องกระเพาะปัสสาวะที่ล้นปรี่ไปชั่วครู่ ในที่สุดรถยนต์ก็เลี้ยวเข้ามาจอดในเนิร์สเซอร์รี่สุดหรูที่ลานจอดรถไม่ต่างจากงานแสดงรถเมืองนอก วินเซนต์มองพวกคุณหญิงคุณนายทั้งหลายซึ่งแต่งตัวหรูเริ่ดยืนจับกลุ่มเมาท์แตกกันอยู่ที่มุมหนึ่งแล้วก็รู้สึกแขยง พ่อของเขาอยากจะให้เขาพัฒนาทักษะทางสังคม แต่ดันส่งมาในโรงเรียนที่แค่สิ่งแวดล้อมก็เพียงพอที่จะปั้นให้เด็กซักคนกลายเป็นเด็กเวรที่จะโตไปกลายเป็นผู้ใหญ่แย่ๆเนี่ยนะ? ชายเสื้อของเขาถูกกระตุกจากทางด้านหลัง และเมื่อหันไปก็พบกับเจ้าหัวโบะที่เบะปาก ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ "พี่แซลลี่ฮะ พวกผมอยากจะเข้าห้องน้ำ" เขาบอกกับพี่เลี้ยง แต่ผู้หญิงในชุดสีฟ้ากลับเป็นคนอาสาพาพวกเขาไป เธอบอกว่าเธอเป็นครูของเนิร์สเซอร์รี่แห่งนี้ สอนอยู่ห้องม้าลายที่เป็นห้องเรียนสำหรับเด็กอนุบาลสอง หลังจากที่คลาวด์เข้าห้องน้ำเสร็จแล้ว ครูผู้หญิงคนนั้นก็พาพวกเขามาปล่อยไว้ในสนามเด็กเล่น บอกว่าถ้าถึงเวลาเข้าแถวแล้วออดจะดัง และเด็กๆทุกคนจะต้องเข้าแถวตามห้องของตัวเองก่อนจะออกกำลังกายตอนเช้า ระหว่างที่วินเซนต์มองไปรอบๆโดยมีลูกพี่ลูกน้องของเขาติดหนึบอยู่ที่ชายเสื้อ เสียงเอะอะโวยวายก็ดังมาจากสนามอีกฟากหนึ่ง ด้วยความสงสัย เขาจึงเดินเข้าไปดูพร้อมกับลากคลาวด์ที่พยายามบอกว่าพวกเขาไม่ควรจะเข้าไปยุ่งกับเรื่องทะเลาะวิวาท เพราะจากประสบการณ์ส่วนตัว เด็กชายผมบลอนด์มักจะยุติข้อพิพาทของทั้งสองฝ่าย และกลายเป็นเหยื่อให้พวกนั้นรุมแกล้งแทน ภาพที่เขาเห็นคือเด็กผู้ชายผมเม่นมีป้ายชื่อรูปม้าลายติดอยู่ตรงอกเสื้อ--ซึ่งเขาจำได้ว่าอยู่ในห้องที่คุณครูคนนั้นสอนอยู่--ถูกเด็กหญิงสองคนยื้อยุดฉุดกระชากแขนข้างละคน "ยัยเสื้อแบรนด์ AllZ แซคเป็นของชั้นนะยะ โลโซอย่างหล่อนน่ะถอยไปเลย" เด็กผู้หญิงผมทองตวาดแว๊ด "คิดว่าใช้กระเป๋าของแอร์เมสแล้วเจ๋งนักรึไง เหอะ แม่ของเธอคงจะอ้อนขอเงินจากลุงแก่ๆมาล่ะสิ ถึงมีปัญหาซื้อให้เธอได้" เด็กผู้หญิงผมดำตอกกลับอย่างไม่ลดละ วินเซนต์แทบเอามือปิดหูลูกพี่ลูกน้องของตัวเองแทบไม่ทัน เกือบครึ่งของคำผรุสวาทที่พวกเธอใช้กันเด็กห้าขวบอย่างเขาไม่เข้าใจเลยซักนิด แต่ทางที่ดีคลาวด์ไม่ควรได้ยินแม้แต่จะแค่ผ่านหู ดวงตาสีฟ้ากระพริบปริบๆ ก่อนจะถามขึ้น "โลโซคืออะไรเหรอฮะ?" เขาส่ายหน้า เอามือลงด้วยความโล่งอกเมื่อเด็กชายที่อยู่ตรงกลางแกะตัวเองออกจากเด็กหญิงทั้งสองได้จนทำให้พวกเธอต้องหยุดศึกลง "ไม่เห็นจะต้องทะเลาะกันเลย สาวๆ ยังไงชั้นก็โอเคจะแต่งงานกับพวกเธอทุกคนอยู่แล้ว" "แซค" เด็กผู้ชายที่เพิ่งเดินเข้ามากลางวงพูดขึ้น เขามีผมสีเงินยาวกับใบหน้าสวยยิ่งกว่าผู้หญิงเหมือนเจ้าชายในเทพนิยาย และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกพี่ลูกน้องของเขามองอีกฝ่ายด้วยตาเคลิ้มฝัน "กฏหมายประเทศเราอนุญาตให้แต่งงานกับผู้หญิงแค่คนเดียว ยกเว้นแต่นายจะเปลี่ยนศาสนา และนั่นหมายความว่าจูบลาพอร์กช้อปไปได้เลย" เด็กผู้ชายผมเม่นทำหน้ามุ่ย "ถ้างั้นชั้นจะไม่แต่งงาน" เขาหันมาหาเด็กผู้หญิงที่ทำศึกชิงนายแล้วหัวเราะแห่ะๆ "โทษทีนะ ชั้นคงจะแต่งงานกับพวกเธอไม่ได้แล้วล่ะ เพราะว่าชั้นอยากจะมีแฟนเยอะๆน่ะ" วินเซนต์กลอกตา เขารีบจูงมือเจ้าหัวโบะแล้วพาเดินออกไปอีกทาง "คลาวด์ ไม่ว่ายังไงนายก็ห้ามไปเล่นกับเด็กผู้ชายคนนั้นเด็ดขาด" ใช่ เขายืนยันกับตัวเองอย่างหนักแน่น เขาจะไม่มีวันให้คลาวด์ได้เรียนรู้เรื่องแย่ๆจากพวกที่มีความคิดผิดศีลธรรมตั้งแต่เด็กหรอก! "คนไหนเหรอฮะ?" คลาวด์เอียงคอถาม ทำหน้าขมวดคิ้วเหมือนพยายามคิดเรื่องยากๆ "คนผมดำที่หัวตั้งๆน่ะ" เขาตอบ พลางติดป้ายที่ได้รับมาจากคุณครูลงบนเสื้อนักเรียนสีฟ้าของอีกฝ่าย "ไม่งั้นชั้นจะฟ้องแม่เรื่องที่นายเป็นคนทำโถแก้วของคุณมัมเบิ้ลตกแตก" เขาหมายถึงอ่างแก้วที่ใส่ปลาทองสัตว์เลี้ยงเพียงตัวเดียวของบ้านสไตร์ฟ ซึ่งเด็กชายปัดตกแตกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คลาวด์ทำหน้ามุ่ย แต่แล้วก็พยักหน้าโดยดี "งั้นคนผมเงินยาวที่สวยๆล่ะฮะ?" เด็กชายทำหน้ามีความหวัง วินเซนต์คิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง ถึงแม้เด็กคนนั้นจะมีความคิดที่ไม่ร้ายกาจเหมือนเด็กผมดำ แต่ในเมื่อทั้งสองเป็นเพื่อนกัน..."ก็ไม่ได้เหมือนกัน" ทว่าดูเหมือนโลกนี้จะโหดร้ายกับเด็กมากกว่าที่เขาคิด พูดถึงปีศาจ ตัวซาตานก็ถามหา เด็กหนุ่มอันดับหนึ่งในแบล็คลิสท์ของเขากระโดดเด้งดึ๋งมาทางที่เขากับคลาวด์ยืนอยู่ แล้วถามด้วยรอยยิ้มเจิดจ้า "หวัดดี ชั้นไม่เคยเห็นพวกนายมาก่อนเลย" เขาซ่อนลูกพี่ลูกน้องไว้ข้างหลัง "พวกเราเพิ่งย้ายมาใหม่" พร้อมกับทำหน้าขู่ฟ่อดว่า ถ้าขืนอีกฝ่ายคิดจะแกล้งพวกเราล่ะก็ ได้เจอดีแน่ "เจ๋งเลย!" อีกฝ่ายยังทำหน้าไม่รู้สึกรู้สมกับท่าทีไม่เป็นมิตรของเขา ซึ่งนั่นทำให้วินเซนต์รู้สึกประหลาดใจหน่อยๆ เพราะแต่ไหนแต่ไร ลูกๆของแขกที่มาที่บ้านมักจะเลิกพยายามเข้าใกล้เขาทันทีที่วินเซนต์จ้องอย่างไม่ชอบใจ "ชั้นชื่อแซค แฟร์ แต่จะเรียกว่าแซคกี้ก็ได้ แล้วเด็กผมเงินที่นั่งอ่านหนังสืออยู่นั่นก็ซี้ชั้น ชื่อเซฟิรอธ แต่ชั้นเรียกเขาว่าเซฟ แล้วพวกนายล่ะ?" ดวงตาสีแดงของเขาสำรวจเด็กตรงหน้าอย่างระแวดระวัง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่อยากพูดกับอีกฝ่าย แต่การที่ฝั่งนั้นบอกชื่อมาแล้วและเขาไม่บอกชื่อกลับ ถือเป็นการเสียมารยาทที่หากพ่อรู้เข้า เขาคงถูกงดของหวานมื้อเย็นตลอดอาทิตย์ "วินเซนต์" เขาตอบสั้นๆห้วนๆ "วินเซนต์ วินเซนต์..." อีกฝ่ายท่องชื่อของเขาราวกับว่ามันเป็นศัพท์ภาษาต่างประเทศที่เด็กชายอยากจะฟังเสียงของตัวเองเวลาพูดถึง "โอ้ วินซ์! ยินดีที่ได้รู้จักนายนะ แล้วเด็กที่อยู่ข้างหลังนั่นล่ะ?" คลาวด์ที่ยื่นหน้าออกมาแอบมองเด็กผมดำสะดุ้งเมื่ออีกฝ่ายพาดพิงถึงเขา วินเซนต์ทำตาดุใส่คู่สนทนา "คลาวด์ ลูกพี่ลูกน้องชั้น" เสียงกระดิ่งเรียกเข้าแถวดังขึ้น เขาจึงบอกให้เจ้าของผมบลอนด์ไปเข้าแถวรวมกับเพื่อนๆในชั้นที่อยู่ห้องคุณหมีเหมือนกับเด็กชาย เมื่อเห็นคลาวด์เดินพ้นไปจากระยะที่จะได้ยินบทสนทนาแล้ว เขาก็ตวัดหน้าไปมองเด็กชายผมดำ "ขอบอกไว้ก่อนนะ ถ้าขืนนายรังแกคลาวด์ ชั้นไม่สนหรอกว่าพ่อนายจะรวยขนาดไหน รับรองได้ว่าฟันน้ำนมของนายได้ร่วงก่อนกำหนดแน่" ไม่เพียงแต่ไม่กลัว ทว่าดวงตาสีน้ำเงินกลมโตของอีกฝ่ายกลับทอประกายสนุกสนาน ใบหน้าเชิดขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจแบบเด็กขี้แกล้ง "โฮ่ ไม่แน่นะ ก็เด็กนั่นดูท่าทางหงอจะตาย แล้วยังทรงผมนั่นอีก หยั่งกับโจโคโบะเลย!" วินเซนต์กัดริมฝีปาก เขาไม่อยากจะมีเรื่องตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียน แต่ดูเหมือนกับไอ้เด็กป่วนข้างหน้าจะไม่คิดอย่างนั้น "ชั้นจะไม่ปล่อยให้นายทำอย่างงั้นแน่" "ถ้าอย่างนั้น" เด็กชายผมดำก้าวมาข้างหน้าจนเข้ามาอยู่ในระยะห่างที่เขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจนักกับการจะให้คนแปลกหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศัตรู "ก็จับตามองชั้นเอาไว้สิ" แซคยิ้มกว้าง ก่อนจะกระโดดถอยหลังแล้วหมุนตัวหันหลังให้เขา "ทำให้ชั้นยุ่งเกินกว่าจะเข้าไปวุ่นวายกับน้องชายนาย" ใบหน้าที่หันมามองเขาเต็มไปด้วยแววท้าทาย "ถ้านายทำได้น่ะนะ" แล้วก็กระโดดเด้งดึ๋งออกไปแทรกแถวยืนอยู่ด้านหน้าของเด็กหนุ่มผมเงิน เขาจับจ้องอีกฝ่ายอย่างมุ่งมั่น คอยดูเหอะ เขานึกขณะที่ไปต่อแถวชั้นอนุบาลสามทีห้องของตัวเองบ้าง เขาจะปั่นหัวอีกฝ่ายให้ไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องอื่นเลย วินเซนต์แอบยิ้มออกมานิดนึง โฮ่ ดูเหมือนว่าพัฒนาการทางด้านสังคมของเขาจะเริ่มมีขึ้นบ้าง...หรือไม่ก็ถดถอยลงน่ะแหล่ะ ก็ต้องโทษพ่อของเขาล่ะนะ ที่ดันส่งเขาให้เข้ามาในเนิร์สเซอร์รี่เดียวกับเจ้าเด็กกวนโอ๊ยนั่น แต่ยังไงก็ตาม ดูท่าทางว่าการเข้าเรียนในเนิร์สเซอร์รี่จะไม่น่าเบื่ออย่างที่เขาเคยคิดไว้ fin. |
|
Any comment? Yes, please. Invite you to my board.
Thank you!
|