|
:: A c :: |
|
คาดาจยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมองเป็นครั้งที่สิบขณะที่เขายืนพิงกำแพงตรงบริเวณประตูหน้าของโรงเรียน ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามห้าสิบแล้ว เด็กนักเรียนในจูเนียร์ไฮชินระค่อยๆทยอยออกมาเรื่อยๆ หลายคนเหลือบมองเขาแล้วทำหน้าสงสัย เพราะปกติแล้วหากมีคาดาจ ก็ต้องมียาซูและลอซ คิดแล้วเขาก็ต้องรู้สึกเดือดปุดๆ ไอ้พวกแฝดทรยศ! คาดาจประนามพี่ชายตัวเองในใจ พอกระดิ่งเลิกเรียนดังปุ๊บ ลอซกับยาซูก็หายวับออกไปจากที่นั่งปั๊บ เหลือให้คาดาจต้องหัวเดียวกระเทียบลีบ ห่อเหี่ยวไม่อยากกลับบ้านเองคนเดียวจนต้องโทรเรียก 'คนขับรถ' เฉพาะกิจมา เสียงท่อไอเสียแต่งของมอเตอร์ไซด์ดังเข้ามาในหูทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น คาดาจวิ่งเข้าไปหาตัวถังสีดำซึ่งบรรดาเด็กหนุ่มมองมันด้วยความอิจฉาอยากครอบครองเป็นเจ้าของ ส่วนกลุ่มสาวๆกลับสนใจคนขี่ซะมากกว่า "ฮียา! แซค" เขากระโดดขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ แล้วกอดรัดฟัดเหวี่ยงคนขับเอาไว้อย่างสนิทสนม "ทำไมมาช้าจัง" ชายหนุ่มผมดำกลอกตา "มาช้า? นายโทรมาหาชั้นตอนบ่ายสามสี่สิบเนี่ยนะ? แล้วปกติไอ้เรื่องหน้าที่มารับมาส่งเนี่ย มันต้องเป็นของพี่ชายไม่ก็พ่อไม่ใช่เรอะ" แซคหัวเราะเสียงขึ้นจมูก ท่าทางจะรู้ตัวดีเหมือนกันว่าถ้าโฮโจเกิดคลุ้มร้ายขึ้นมารับเขา วันนั้นจะเป็นวันที่คาดาจอาจจะต้องลงไปอยู่ในแท็งค์เหมือนกับสัตว์ทดลองสยองขวัญพวกนั้นก็เป็นได้ คาดาจปล่อยให้สายลมผ่านหน้าและตีเส้นผมไปข้างหลัง เขาเคยแอบขโมยมอเตอร์ไซด์ของที่บ้านไปซิ่งกับแฝดของเขาแล้วก็แซคบ่อยๆ แต่ความจริงการนั่งซ้อนท้ายแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน เพราะอย่างน้อยก็สามารถคุยกันได้โดยไม่ต้องตะโกนกันแทบคอแตก "ก็เซฟยังไม่เลิกคลาสเลยนี่นา แล้วอีกอย่างในเมื่อนายอึ๊บกับพ่อชั้น ก็หมายความว่านายกลายเป็นแม่ชั้นไปโดยพฤตินัย ความจริงแล้วนายน่าจะย้ายเข้ามาในบ้านนะ คงจะสนุกดีพิลึก" "สนุกกะผีน่ะสิ" แซคทำเสียงแหยง "แล้วโทษทีเหอะนะ นายพูดผิดไปหน่อย ต้องบอกว่า'เคย'อึ๊บต่างหาก เพราะงั้นนายไปหาแม่ใหม่ได้แล้วล่ะ" เขาทำแก้มพอง ซุกหน้าลงกับคอเสื้อของอีกฝ่าย สูดกลิ่นแชมพู เนื้อย่าง แล้วก็แจ๊คเก็ตหนัง "โหย ไหงเลิกซะแล้วล่ะ ชั้นเห็นว่านายน่ะเป็นคนที่กล้าที่สุดเท่าที่ชั้นเคยเจอมาเลยนะ แล้วก็เป็นคุณแม่ที่เจ๋งสุดๆด้วย โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้เจ้ายาซูเลิกเอาแตงกวามาโบ๊ะหน้าน่ะ" คาดาจบอกแล้วก็อดขำไม่ได้ เพราะตอนนั้นโรงเรียนเลิกครึ่งวัน ทำให้พวกเขากลับมาบ้านเร็วกว่าปกติ เลยโชคร้ายมาเจอโฮโจกำลังกระทำชำเราแซคอยู่ในครัว ด้วยแตงกวาในตู้เย็นซึ่งปกติยาซูจะมีเผื่อไว้สำหรับบำรุงผิว เพราะงั้นจากนั้นมา พวกเขาก็สาบานว่าจะไม่กินหรือแตะอะไรเป็นท่อนๆ อาทิเช่น ไส้กรอก กล้วย หรือแตงกวา ที่ไม่ได้มาจากครัวใหญ่เด็ดขาด แม้แต่มะเขือเทศลูกจิ๋วๆก็ยังเป็นที่ต้องสงสัยมาจนถึงทุกวันนี้ คนขับรถเฉพาะกิจของเขาคำราม "ชั้นคิดว่าตัวเองงี่เง่าที่สุดในโลกต่างหาก" และเมื่อเห็นมอเตอร์ไซด์คันเท่ห์เลี้ยวเข้าไปในซอยบ้านเขา คาดาจจึงรีบประท้วงขึ้น "เฮ้! เดี๋ยวสิ ชั้นยังไม่ได้อยากกลับบ้านเลยนะ พาไปเที่ยวหน่อยสิ ชั้นอยากไปกินไอติมแล้วก็เล่นเกมส์เซ็นเตอร์ พอตกดึกไปต่อที่ผับเจ๋งๆ แล้วก็..." เขานาบลิ้นลงไปกับต้นคอซึ่งโผล่พ้นปกแจ๊คเก็ตของอีกฝ่าย ในขณะที่มือค่อยๆไต่เลื้อยไปทางด้านหน้า ลูบไล้อยู่บริเวณต้นขาแกร่งภายใต้กางเกงยีนส์ "ให้ชั้นได้ลองว่านายน่ะยอดเยี่ยมสมกับข่าวลือที่ได้ยินมามั๊ย..." เสียงเอี๊ยดของยางรถบดเสียดกับถนนดังกรีดขึ้นท่ามกลางย่านอันเงียบสงบ แซคหันมามองเขาแล้วก็ถอนหายใจเฮือก ยื่นมามาตบปุๆบนหัวของเขาเหมือนอย่างที่ทำกับลูกหมา "เด็กเอ๋ยเด็ก ถ้านายอิจฉายาซูขนาดนั้นก็ไปหาสาวๆซักคนเดทด้วยสิ อย่างนายน่าจะป๊อปปูล่าร์นะ ไม่ต้องลำบากมายั่วยวนชั้นก็ได้" จากนั้นมอเตอร์ไซด์ก็หักเลี้ยวหันหลังกลับไปในทางที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา "เอาล่ะ ถ้าอยากกินไอติมหรือเล่นเกมส์ เดี๋ยวลุงแซคคนนี้จะเลี้ยงเอง แต่ผับน่ะห้าม เพราะนายยังอายุไม่ถึง" หน้าของเขาร้อนผ่าวไปด้วยความอับอาย คาดาจยันตัวขึ้นงับหูของแซคจนอีกฝ่ายร้องโอ๊ย สบถลั่นเมื่อแมงกะไซต์ที่ขับอยู่เบี่ยงวูบไปทางซ้ายมือจนเกือบจะชนกับรถที่แล่นสวนมา "ใครว่าชั้นอิจฉาเจ้าพี่บ้านั่น!" เขาตวาดแหว "ชั้นก็แค่อยากจะเปิดบริสุทธิ์กับมือโปรก็เท่านั้นแหล่ะ!" "ทำไม จะเอาไปใช้กับคลาวด์งั้นเหรอ มีคนมาฟ้องชั้นว่านายน่ะจ้องหมอนั่นตาเป็นมันเลยตอนงานปาร์ตี้ ระวังชะตาจะขาดเอาล่ะ เห็นบื้อทื่อเป็นปูนปั้นอย่างงั้นแต่ถ้าเซฟโกรธขึ้นมา..." ดวงตาสีน้ำเงินเหลือบมองอย่างมีเลศนัยมาทางเขา "ชั้นไม่แน่ใจเลยด้วยซ้ำว่าแม้แต่โฮโจจะรับมือไหว" คาดาจเม้มปาก จริงๆแล้วเขาเองก็ไม่อยากเสี่ยงทำให้พี่ชายคนโตที่เลี้ยงเขามาเหมือนพ่อคนนี้โกรธเหมือนกัน ถึงหนุ่มผมบลอนด์คนนั้นจะน่างาบแค่ไหนก็เหอะ "งั้นถ้าเปลี่ยนเป็น...." เขาเลียริมฝีปาก กระซิบเสียงแผ่วข้างหูอีกฝ่าย "วินเซนต์ พ่อหนุ่มสุดเซ็กซ์ที่ชั้นเจอในร้านอาหารคนนั้นแทนได้มั๊ยล่ะ?" มอเตอร์ไซด์เบรดเอี๊ยดเป็นคำรบสอง แต่คราวนี้มันกระทันหันซะจนตัวของเขาแทบกระดอนไปข้างหน้า คาดาจอ้าปากจะต่อว่า'คุณแม่'ของเขา แต่แล้วก็ต้องชะงักไปเมื่อเจอสายตาดุๆเข้าให้ก่อน "ชั้นไม่แนะนำให้นายแม้แต่จะคิดลองเลยล่ะ" เสียงเย็นเยียบที่ไม่เคยได้ยินจากคนตรงหน้าตั้งแต่เล่นด้วยกันมาเมื่อสี่ปีก่อนทำให้คาดาจขนลุก แซคที่เขารู้จักเป็นผู้ชายที่มักจะเปลี่ยนเรื่องซีเรียสให้กลายเป็นเรื่องตลก หรือไม่อีกทีก็ติดเรทไปเลย แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็ยังอดบ่นกระปอดกระแปดต่อไม่ได้ "โห่ย ขี้งก! กะอีแค่แฟนคนสองคนแบ่งให้ยืมไม่ได้รึไง" เขาพ่นลมหายใจออกพรืด ทำท่าฮึดฮัดเมื่อไม่ได้อย่างใจ "เอาเหอะ ไว้พวกนายเลิกกันแล้วชั้นค่อยเสียบแทนก็ได้" ชายหนุ่มผมดำไม่ตอบ ระหว่างทางนิ่งเงียบปล่อยให้คาดาจพูดอยู่คนเดียวซะจนเขาเริ่มรู้สึกตะหงิดๆขึ้นมาบ้างเหมือนกัน แต่ความสงสัยหรือข้อกังหาใจทุกอย่างก็หายวับไปเมื่อแซคจอดรถเทียบหน้าร้านไอศกรีมสุดโปรด เขากระโดดลงจากรถในขณะที่อีกฝ่ายใช้รองเท้าดันขาตั้งออกมาเพื่อให้มอเตอร์ไซต์คันโปรดทรงตัวอยู่ได้ "โฮ่ คาดาจ" ชายหนุ่มผมดำเรียกขึ้นขณะที่เขากำลังจะเดินเข้าไปในร้าน คาดาจหันมามองอีกฝ่ายอย่างใคร่รู้ และรอคอยว่าเมื่อไหร่'กระเป๋าตังค์'จะเดินเข้าไปในร้านกับเขาซะที "จนกว่าจะถึงวันที่นายมีสิทธิ์ ชั้นจะไม่ปล่อยให้นาย--หรือว่าใครแตะต้องวินซ์ได้เด็ดขาด เชื่อชั้นสิ...ว่านายจะไม่อยากทำให้ชั้นโกรธเหมือนกัน" อีกฝ่ายผลักประตูกระจกเดินเข้าไปในร้านแล้ว แต่คาดาจยังคงยืนตัวแข็งอยู่ด้านนอก ไม่สามารถสลัดตัวเองให้หลุดพ้นจากภาพดวงตาสีน้ำเงินอันตรายเหมือนสัตว์ป่านั่นออกไปจากหัวได้ แซคน่าจะมาเป็นแม่เขาจริงๆน่ะแหล่ะ คาดาจสูดหายใจลึก พยายามข่มร่างที่สั่นสะท้านให้สงบนิ่งลง ก่อนจะเดินตามแซค--ซึ่งบัดนี้เปลี่ยนกลับมาเป็นชายหนุ่มที่เขารู้จัก--และกำลังส่งยิ้มหวานให้กับสาวเสิร์ฟเข้าไป อันที่จริงแล้วถ้าคลาวด์กับวินเซนต์ยังไม่ว่าง...บางทีพ่อหนุ่มผมทองที่มีผู้ชายผมดำคอยตามติดนั่นก็เป็นตัวแทนที่ไม่เลวเหมือนกัน คาดาจยิ้มกริ่มเหมือนแมวเห็นปลาทองอยู่ตรงหน้า ส่วนที่เหลือที่จะต้องทำก็มีแค่ขอเบอร์อีกฝ่ายจากแซค fin
|
|
Any comment? Yes, please. Invite you to my board.
Thank you!
|